TIY: Think It Yourself

คิดเองก็ได้ง่ายจัง! ไอเดียการทำวิทยานิพนธ์นิเทศศาสตร์ (2)

หมวดที่ 2: เอากลุ่มบุคคลเป็นตัวตั้ง

นึกถึงคนที่เข้ามาทำการสื่อสารเป็นลำดับแรก

คุณเคยรู้สึกอย่างนี้บ้างไหม? หงุดหงิดงุ่นง่าน ฟุ้งเฟื่องฟุ้งซ่าน รุ่มร่ามรำคาญ ท้องมวนท้องมาน...ยามที่นึกไม่ออกว่าจะทำวิทยานิพนธ์หัวข้ออะไรดี โดยเฉพาะการสื่อสารมวลชนทั้งหลาย บ้างก็ว่ามันศึกษากันจนปรุไปหมดแล้ว บ้างก็มึนตึ้บประมาณว่าไม่รู้จะหาอะไรมาทำดีหนอ?

แต่ปัญหาคลาสสิคประการสำคัญมันเกิดขึ้นในคาบเรียนแรกของวิชาการสื่อสารมวลชนพื้นฐาน หรือถ้าเป็นวิชาปริญญาตรี ก็เป็นวิชาทฤษฎีเบื้องต้นที่มีรหัสวิชาลงท้ายประมาณ 100 หรือ 101 นั่นเอง เพราะนักศึกษาทุกคนกำลังถูกจับใส่กรอบของ S M C R ให้คิดว่า มีผู้ส่งสาร ตัวสาร ช่องทาง และผู้รับสาร ดังนั้น หากจะเอากลุ่มบุคคลเป็นตัวตั้ง ก็ศึกษาได้ประมาณ คนผลิตสื่อ และ คนรับสื่อ ยังผลให้วิทยานิพนธ์ทั้งหลายมีแต่บุคคลจำพวก "ผู้ผลิตรายการ..." "บรรณาธิการของ...." ไปจนถึง "ประชาชนในเขต..." ซึ่งทำให้นักศึกษาด้านสื่อสารมวลชนมักจะต้องยอมจำนนต่อความอึดอัดคับแคบอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จวบจนถึงวาระการทำวิทยานิพนธ์

อันที่จริงแล้ว กลุ่มบุคคลที่ทำการสื่อสารนั้น เป็นได้ทุกกลุ่มคน ทุกรูปแบบ และหากเราเอากลุ่มบุคคลเป็นตัวตั้ง มาผสมกับแนวคิดหรือทฤษฎีก็จะได้ไอเดียบรรเจิดเลิศวิไล มากมายเกินพรรณนา วิธีง่ายๆคือการมองไปรอบๆตัวว่ามีใครบ้าง คนข้างบ้านเลี้ยงหลาน...อืมม์ การสื่อสารในครอบครัวของคนต่างเจนเนอเรชั่นก็ไม่เลว, คนบ้านถัดไปเลี้ยงนกเขาแล้วชอบโชว์นกเขาหน้าบ้าน...อืมม์ อัตลักษณ์ และการสื่อสารความหมายผ่านสัญญะของกลุ่มคนเลี้ยงนกเขาก็ไม่ใช่เล่นๆ, ไปเดินตลาดเห็นวณิกพกเดินมา...อืมม์ การสื่อสารของวณิพกกับกลุ่มคนใจบุญก็ยังได้

หัวข้อแนะนำ:
1. การสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว: ปรับประยุกต์ตามกลวิธีของศ.ดร.เทพพนม เมืองแมน เข้ากับทฤษฎี SMCR และ การสื่อสารแบบป้อนกลับ
2. พัฒนาการการสื่อสารของหญิงขายบริการแถบโรงแรมสยาม: เปรียบเทียบระหว่างยุครุ่งเรื่องของพรรคใครรักใคร และหลังจากการถูกยุบพรรค
3.การสื่อสารระหว่างเจ้าของสัตว์เลี้ยงแปลกๆกับตัวสัตว์เลี้ยง: ศึกษากรณีผู้เลี้ยงแย้ ตะกวด แมลงสาบ อิกัวน่า เห้ หนอน ไส้เดือน ตุ๊กแก
4. พฤติกรรมการใช้สื่ออินเตอร์เน็ตของพระภิกษุในที่รโหฐาน
5. อัตลักษณ์ของคนบ้าแถบสนามหลวงในการสื่อสารกับบุคคลที่ผ่านไปมา
6. ทัศนคติและการปรับตัวในชีวิตประจำวันของบุคคลที่ปรากฏโฉมในคลิปอโคจร
7. ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกซื้อเทปธรรมะของกลุ่มแม่ชีในเขตกรุงเทพมหานคร
8. การสื่อสารทางเพศของผู้ชายกลัดมันและผู้ชายไม้ป่าเดียวกัน
9. พฤติกรรมการสื่อสารของสุนัขจรจัดแถบหมู่บ้านสุนัขวดีเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่เทศบาล
10.การสื่อสารโดยใช้โทรจิตของคนทรงเจ้าหมู่บ้านงมงายนิเวศน์

หมวดที่ 3: เอาสิ่งของ สื่อและช่องทางเป็นตัวตั้ง

นึกถึงสิ่งรอบตัวเรา หรือสื่อต่างๆรอบตัวเราก่อน

คอนเซ็ปท์ที่แท้จริงของ "การสื่อสาร" ก็คือ ที่ใดที่การเคลื่อนทัพของข้อมูลจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่ง นั่นล่ะ...การสื่อสารเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น ทันทีที่คุณมองไปยังป้ายหน้าห้องน้ำว่า "ชาย" หรือ "หญิง" นั่นล่ะ มีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เข้าห้องน้ำ ถ่ายเทมายังตัวคุณแล้ว เมื่อมองเช่นนี้ เราจึงไม่ควรยึดติดกรอบว่า การสื่อสารคือ Major Media ประมาณ ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ภาพยนตร์ หรือ อินเตอร์เน็ต เพราะฉะนั้น การที่คุณหน้าตาดีเกินไปจนกระทั่งเด็กแซ้บเดินผ่านแล้วชูนิ้วกลางให้...การสื่อสารก็เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อสิ่งละอันพันละน้อยรอบตัวเป็นการสื่อสาร ตราบใดที่มีการถ่ายเทข้อมูลเกิดขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้ เราจึงกล่าวได้ว่าอะไรๆก็สื่อสารได้ ดังนั้น จงมองไปยังสิ่งรอบตัว อาจจะเป็นสิ่งของอาทิ ลายรูปสัตว์มีอะไรกันบนเสื้อเด็กแนว, ถุงกล้วยแขกป้าฉอดที่ไปเหมากระดาษข้อสอบโรงเรียนวัดสมเพชมา หรือเป็น สื่อต่างๆ อาทิ ใบปลิวขายตรงของบริษัทผลิตถุงยาง, บิลบอร์ดหน้าวัดธรรมไกล ได้ทั้งนั้น

หัวข้อแนะนำ:
1. วาทกรรมสุขภาพที่ปรากฎบนซองบุหรี่ไทย ด้วยแนวคิดการสื่อสารเพื่อรครองความเป็นเจ้าของกรัมชี่
2. การสื่อสารเชิงวัฒนธรรมของเรย์มอนด์ วิลเลียมส์ และการสื่อสัญญะเพื่อบริโภคของฌอง โบรดิยาร์ด ผ่านสีและลวดลายกางเกงในของสาวไคโยตี้: กรณีศึกษา สาวไคโยตี้ของผับ"ส่ายสะโพกโยกย้าย"
3. อัตลักษณ์ของพระภิกษุที่ปรากฏบนปกของซีดีและเทปธรรมะ
4. พัฒนาการของการหาคู่ผ่านการใช้งานโทรศัพท์มือถือในที่ชุมชน ศึกษาช่วงมือถือรุ่นกระดูกจนถึงช่วงมือถือถ่ายรูปได้
5. การสื่อสารผ่านรอยสักของหญิงสาว ศึกษาความสัมพันธ์ของตัวแปรทางประชากรศาสตร์และลักษณะของรอยสัก
6. คำคมบนความสกปรก: ถอดรหัสอุดมการณ์ของวัยรุ่นผ่านรอยกราฟฟิติตามที่สาธารณะ ศึกษากรณีโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน
7. การเลือกวอลเปเปอร์บนหน้าจอโน้ตบุ๊คของบุคคลทั่วไปที่เปิดใช้ในเขตท่าพระจันทร์ ตามแนวคิดการสื่อสารส่วนตัวบนพื้นที่สาธารณะ โดยดัดแปลงจากแนวคิดของฮาเบอมาส
8. วาทกรรมต่างๆบนป้ายหาเสียงของนักการเมืองในช่วงปลายปี 50
9. การใช้อีโมติคอนเพื่อการสนทนาใน MSN ของกลุ่มวัยรุ่นไทยวัยทีน ประยุกต์ตามทฤษฎีของฟิล โคเฮน
10. แบบแผนการบริโภคคอลัมน์ดูดวงของสตรีและบุรุษ

เยอะและ พอแค่นี้ก่อน แต่ยังไม่จบนะ มาว่ากันต่อตอนหน้านะคร้าบ...

edit @ 17 Dec 2007 09:18:49 by Veevee

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมก็เลือกที่จะ เรียน นิเทศน์ ครับ
ขอบคุณ ที่เอามาบอก น่าสนใจดีครับ

#1 By My Playground on 2007-11-21 12:43

ไม่คิดจะเรียนต่อเลยง่ะ แง้ๆๆๆๆ แค่ตรีก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด

#2 By 재눈 on 2007-11-21 14:24

อยาดได้ทฤษฎีของฮาเบอมาสอะคะ
ไม่ทรายว่ามีมั้ยคะ อยากได้มากเลย

#3 By ตูน (124.121.137.124) on 2008-03-25 01:01

ตอนนี่ทำทีสิดเกี่ยวกับเรื่องเพลงคะ
ภาพผู้หญิงสมัยใหม่ในบทเพลงไทยสมัยนิยม คะ
อ. แนะนำทฤษฎี พื้นที่สาธารณะของฮาเบอมาส มาคะ
แต่ไม่เคยเรื่อวทฤษฎีนี้มาก่อนเลย แล้วก็หาหนังสือแปลไม่ได้อะคะ
ไม่ทราบว่าพี่พอจะแนะนำได้มั้ยคะ รบกวนด้วยนะคะ
ขอบคุณล่วงหน้าคะ

#4 By ตูน (124.121.137.124) on 2008-03-25 01:08

อ่านแล้วประทับใจ จึงติดตามอ่านในตอนที่ 2
ได้แนวคิดการมองสังคม ผ่านการสื่อสาร ในยุคโลกาภิวัตย์ แม้ว่าจะไม่ได้เรียนมาทางนิเทศ

นับถือนะครับ

yanyong.dr@thaimail.com

#5 By Dr.ghost (203.113.17.149) on 2008-05-22 20:01

อยู่ในอารมณ์หาหัวข้อพอดีเลย อย่างมันส์ในความคิดคุณ ยากจะสะกัดกั้นความคิดความฝันได้เผื่อสักวันใครที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมบล็อคคงทำให้วิทยานิพนธ์ตัวเองสำเร็จได้

#6 By เบดูอินเกิร์ล (125.26.150.245) on 2008-06-17 16:14

ได้ไอเดียดีๆไปเยอะเลย ขอบคุณมากนะคะ กำลังคิดหัวข้อไม่ออกอยู่พอดี

#8 By sosick (58.9.142.14) on 2008-11-19 00:23