TIY: Think it Yourself
ไอเดียการทำวิทยานิพนธ์นิเทศศาสตร์ (ตอนจบ) 

หมวดที่ 4: เอาสถานที่เป็นตัวตั้ง

นึกถึงสถานที่ในการสื่อสารดูก่อน

อย่างที่ทราบกันว่า เราอยู่ภายใต้กรอบของ กาละ (time) และ เทศะ (space) ดังนั้น การสื่อสารจึงแตกต่างกันออกไปตามแต่เวลาและสถานที่ 

ในวันหนึ่งๆ เราต้องเดินทางเอาร่างกายไปพัวพันอยู่ในหลายสถานที่ และหลายช่วงเวลา เราจะได้พบเห็นการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไป ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าคุณไปยังงานศพ คุณไม่อาจสื่อสารด้วยภาษารื่นเริงแบบในงานเลี้ยงวันเกิด คุณไม่อาจสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยเสียงเรียกเข้า "Happy Birthday" ในขณะที่พระภิกษุกำลังสวดบังสุกุล

ในขณะเดียวกัน การสื่อสารแบบเน้นสถานที่เป็นตัวตั้งนี้ เอื้ออำนวยให้เกิดลักษณะเฉพาะที่ผู้อื่นไม่อาจศึกษาได้ กล่าวคือ สถานที่บางแห่งไม่อนุญาตให้บางคนเข้าไปสังกตการณ์ ดังนั้นจึงอาจมีเพียงผู้ที่มีกิจหน้าที่ในสถานที่เหล่านั้น จะสามารถทำการศึกษาได้ อาทิ ถ้าต้องการดูการสื่อสารของบรรดานักโทษในคุกในชีวิตประจำวัน ถ้าไม่ใช่ผู้คุมหรือตัวนักโทษ ก็ยากที่จะทำการศึกษาได้ เพราะบุคคลภายนอกไม่มีกิจห้ามเข้า ความพิเศษของหัวข้อที่ใช้สถานที่เป็นที่ตั้งจึงอยู่ตรงนี้ มันเสมือนเป็นสายลับไปแอบดู ถ้ำมอง สถานที่เร้นลับ (อันเป็นนิสัยคนไทย) แล้วนำมาบอกเล่าเก้าสิบในเชิงวิชาการ

หัวข้อแนะนำ:
1. การสื่อสารบนเตียง: เปรียบเทียบระหว่างคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามัน กับ คู่แต่งงาน 7 ปีคัน
2. เสียงกระซิบที่ดังสนั่น: การสื่อสารของผู้มาใช้บริการในห้องสมุด ซึ่งเป็นเขตปลอดเสียง ด้วยแนวคิดการต่อต้านอำนาจ
3. แก้วเคล้าเคล้านารี: การสื่อสารในวงเหล้า เปรียบเทียบระหว่างร้านเหล้ามีระดับ ร้านเหล้าไม่มีระดับ และวงเหล้านอกร้าน ของประชากรเพศชายในกทม.
4. บ้าก็บ้าวะ!: การสื่อสารของคนบ้าในโรงพยาบาลศรีธัญญา กับคนบ้าด้วยกัน และกับผู้ดูแลในโรงพยาบาล ผ่านแนวคิดของ มิเชล ฟูโกต์
5. การสื่อสารในสถานที่ราชการ: เปรียบเทียบด้วยแนวคิดครองความเป็นเจ้า (Hegemony) ของกรัมชี่ ระหว่างสถานที่ราชการทั่วไป กับราชการแบบรัฐวิสาหกิจ
6. การสื่อสารในห้างสรรพสินค้า ผ่านแนวคิดการประกอบสร้างความจริงว่าด้วย "ลูกค้า" ศึกษาห้าง 3 ระดับ ได้แก่ เซ็นทรัล, บิ๊กซี และเซเว่น อีเลฟเว่น
7. ร้อนนักก็อาบน้ำ: การสื่อสารในอาบ อบ นวด แบบผสมผสาน ด้วยแนวคิดชาติพันธุ์วรรณา และแนวคิดโครงสร้างนิยม
8.การสื่อสารในร้านเกม ของกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่มาเล่นเกมเป็นหมู่คณะ และออนไลน์เชื่อมเพื่อเล่นเกมเดียวกัน ศึกษากรณีเกม เคานท์เตอร์ สไตรค์
9.การสื่อสารต่อสาธารณะ ในกรณีเรื่องสำคัญ ผ่านแนวคิดการจูงใจด้วยวาทศิลป์แบบอริสโตเติ้ล
10. การสื่อสารในห้องน้ำ เปรียบเทียบกรณีคุยติดพันจากข้างนอก, การสำรวจและแอบมองร่างกายโดยไม่รู้จักกัน และ การขอความช่วยเหลือ ในเขตกรุงเทพมหานคร

บทส่งท้าย: หาที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์อย่างไรดี?

ปัญหาหนักหน่วงระดับหัวข้อวิทยานิพนธ์ คือการหาที่ปรึกษาฯ เพราะอย่างที่รูกันว่าผู้ทำวิทยานิพนธ์มักจะจนแต้มอยู่บ่อยครั้ง เมื่อต้องหาคนที่เหมาะสมมาให้คำปรึกษา และหลายคนก็ลงเอยด้วยการปิดตาพาโชค (ก่อนจะซวย) ในที่สุด

สูตรการหาที่ปรึกษานี้ มีตั้งแต่ยามที่คุณมีทางเลือก ไปจนถึงคุณไม่มีทางเลือก จะอย่างไรก็ตาม มันขึ้นอยู่กับทักษะการเอาตัวรอดในชีวิตประจำวันของคุณเองด้วย

1. เล็งอาจารย์เอาไว้ก่อนเป็นชาติ พยายามรู้ตัวโดยเร็วว่าอยากศึกษาอะไร จากนั้นก็หาทางไปเลียบๆเคียงๆหรือลงเรียนวิชาที่อาจารย์คนนั้นสอน เรียกว่าเป็นการทาบทามตั้งแต่เนิ่นๆ แต่วิธีนี้ระวังตัวคุณเองที่เปลี่ยนใจกะทันหัน และนำผลไปสู่คำพูดที่ว่า "ถ้าอยากเป็นหัวข้อ ก็เปลี่ยนที่ปรึกษาด้วยเลยสิ!"
2. พร้อมช่วงชิงโอกาสทุกเมื่อ ยามต้องออกสตาร์ทหาที่ปรึกษาพร้อมชาวบ้าน (ในกรณีที่เพิ่งรู้ตัวว่าจะทำพร้อมๆกัน โดยไม่ได้ตระเตรียมล่วงหน้ามาก่อน) สิ่งที่คุณควรจะมีคือ โพยรายชื่ออาจารย์ และ โพยรายชื่อเพื่อนที่(ต้องแย่ง)หาที่ปรึกษาเหมือนกัน มันจะทำให้คุณประเมินสถานการณ์วันต่อวันได้ดี และนำไปสู่การกุมความเหนือกว่า เมื่อต้องตบตีแย่งชิงอาจารย์กัน
3. ยอมนิดยอมหน่อย ในเวลาที่จ๊ะเอ๋กับอาจารย์ไม่พึงประสงค์ อาทิ หาเศษหาเลยกับนักศึกษา เพราะบางทีช้อยส์ที่ดีที่สุดอาจจะเป็นเขาก็ได้ วิธีการแบบนี้ถ้าไม่สะอิดสะเอียนเกินไป ขอแนะนำให้แต่งกายรุ่มร่าม เสื้อผ้ายาวๆหนาๆ ไม่ต้องแต่งหน้ามาก (กรณีที่เค้ารับเป็นที่ปรึกษาแล้ว) และพยายามนัดพบในที่ซึ่งคนพลุกพล่าน แม้จะฝืนใจบ้าง แต่เชื่อเถอะว่าอาจารย์สไตล์แบบนี้ไม่ค่อยมีใครมาแย่งหรอก
4. แผน B เนื่องจากวิทยานิพนธ์ไม่ได้มีแค่ที่ปรึกษา แต่มีกรรมการด้วย ดังนั้นอาจเปลี่ยนวิธี โดยการใช้ที่ปรึกษาเป็นใครก็ได้ ขอให้เขารับ แล้วเราไปทาบทามกรรมการใจดี มีเมตตา สรรหาความรู้ ซึ่งไม่อาจรับเป็นที่ปรึกษาได้ เพื่อมาเป็น "ที่ปรึกษาบุญธรรม" แผนนี้กระอักกระอ่วนนิดหน่อย แต่ใช้กันมาเยอะแล้ว ได้ผลดีนักแล
5. เอะอะก็ยื่นเรื่องให้คณะ วิธีนี้แนะนำเมื่อกำลังจะจมน้ำตายเท่านั้น เพราะการติดต่อให้ทางการจัดหาให้ มีความแน่นอนในการได้รับความช่วยเหลือ และมีที่ปรึกษาเป็นตัวเป็นตน แต่ปัญหามีสองอย่าง นั่นคือ ประการแรก คุณควรทำโครงร่างให้ใกล้เคียงความจริงมากที่สุด และประการที่สองคือ คนที่คณะจัดหามาให้อาจจะเป็นพวกที่ไม่เหมาะกับคุณ แต่อย่างน้อยคุณก็สามารถย้อนกลับไปใช้แผนแบบข้อ 4 ได้ล่ะน่า
6. ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก แบบว่าอาจารย์ดีๆมีจำกัด ก็ตื๊อมันเข้าไป ตื๊อแล้วตื๊ออีก ถ้าไม่เอาความน่าสนใจของงานมาเสนอ ก็เอาความน่าสงสารบ้าง เอาความคุ้นเคยบ้าง อย่างน้อยที่สุด ถ้าเขาไม่รับเราจริงๆ อาจมีออปชั่นเห็นใจ และแนะนำอาจารย์ดีๆคนอื่นให้มารับแทนได้
7. มัดมือชก ในกรณีที่การแข่งขันสูง จงจำเอาไว้ว่า ระบบราชการคือระบบผ่านลายเซ็น ดังนั้น ถ้าใครสามารถมัดมือชกอาจารย์ได้ก่อน อาจารย์ท่านนั้นก็ต้องรับของคุณเป็นที่ปรึกษาอยู่วันยังค่ำ แต่ถ้ามัวอิดออด ก็อาจโดนโฉบตัดหน้าไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว
8. ทำตารางวิเคราะห์และจัดลำดับ ปัญหาของคนยังไม่ได้ที่ปรึกษาก็คือ สับสนและท้อแท้ มันจะดีกว่าถ้าเราเอาข้อมูลทั้งหมดที่มี อาทิ ชื่ออาจารย์ และ ความถนัด มาทำเป็นตารางเรียงลำดับ ว่าเราจะไปขอใครก่อนหลัง เรียงความประทับใจอยากได้ของเรา ถ้าไม่ได้ก็เอาออปชั่นรองๆลงไป หรือบิดหัวข้อให้เข้ากับอาจารย์แต่ละคนในแต่ละโอกาส ถ้าไม่ได้คนแรกก็เอาคนต่อไป วิธีการนี้จะทำให้เรารู้สึกมีแบบแผน มีขั้นตอน มีรายชื่อที่แน่นอน จะลดความเคว้างคว้างได้พอสมควร
9. ยอมมันทุกอย่าง ถ้าไม่มีหนทางและเหลือตัวเลือกที่แย่จริงๆ จนกระทั่งปริ่มๆต้องใช้แผนแบบข้อ 5 ก็จงจำไว้ว่า ดีกว่าไม่ได้ และขอให้มีที่ปรึกษาไว้ก่อน จากนั้นค่อยเล่นตามแบบ ข้อ 4 แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะต้องเดินทางไกลบ้าง หรือฝืนใจอะไรบ้าง แต่จงจำเอาไว้อย่างว่า คุณไม่ได้พบที่ปรึกษาทุกวัน และส่วนใหญ่จะได้พบประมาณเดือนละ 2 - 3 ครั้งเป็นอย่างมาก ดังนั้น ตัดปัญหาเรื่องการเดินทางไปซะ เพราะอย่างไรก็ไม่ไดไปหาบ่อย ที่สำคัญ อาจารย์มักมีกิจธุระมาหาใกล้ๆเราในบางโอกาส ขอโปรดใช้ออปชั่น "โทรศัพท์มือถือ" และ "อีเมล์" ให้เป็นประโยชน์ด้วยเถิด
10. รอคอยจังหวะ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการรอคอยจังหวะที่เหมาะสม และทำตามแผน 1 - 9 เชื่อเถอะว่า ไม่มีหลักสูตรปริญญาโทที่ใด ที่ปล่อยให้นักศึกษาไม่มีอาจารย์ที่ปรึกษาหรอก!

จบ 

ปล. ขอกราบเท้าแทบเท้าทุกท่านซึ่งสละเวลาเข้ามาอ่านบทความซีรี่ส์นี้ พบกันครั้งหน้า หวังว่าจะได้รับการอุดหนุนเช่นเคย

 

edit @ 17 Dec 2007 09:19:44 by Veevee

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขออนุญาตปรินท์เอาท์ไปให้พวกลูกศิษย์อ่านเอาไอเดียมั่งนะคับ

#1 By 灯台守 on 2007-12-06 23:53