ฉันรัก Liverpool เพราะ Liverpool สอนให้ฉันรักประชาชน
posted on 07 Dec 2007 01:51 by vr400 in sportฉันรัก Liverpool เพราะ Liverpool สอนให้ฉันรักประชาชน
นานมาแล้ว นานมากจนข้าพเจ้าลืมไป
มันคงประมาณปี 1987 - 88 สมัยที่ จอห์น บาร์นส์ แทบเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของทีม ตอนนั้นข้าพเจ้าเริ่มดูบอลเป็นครั้งแรก และเชียร์ลิเวอร์พูลควบคู่กับทีมทหารอากาศ
หงส์แดงต่อบอลตามช่อง นักเตะหาพื้นที่ว่าง นักเตะเปิดเกมบุกภาคพื้นดินแบบไม่มีหยุดราวกับเครื่องจักร(เป็นที่มาของฉายา 'เครื่องจักรสีแดง') ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงเชียร์เป็นเพลงจากอัฒจันทร์เป็นบรรยากาศคึกครื้นข่มขลัง เพราะไม่ได้ดูทีมอื่นนัก เลยเข้าใจไปว่าเสียงเชียร์ดังๆจะต้องมาควบคู่กับเกมฟุตบอล และบทเพลงดังกระหึ่มจากฟากที่นั่งคนดูน่าจะเป็นสิ่งปกติ
ต่อมาเมื่อดูบ่อยๆเข้าข้าพเจ้าก็หลงลืม ลืมเสียงเชียร์บอลไปสิ้นเพราะเอาแต่สมาธิจดจ่อไปที่ภาพ และเสียงบรรยายจากคนพากย์ เมื่อดูบอลทีมอื่นๆมากเข้า ก็ยิ่งหลงลืมไปว่าความขลังของเสียงเชียร์มีอยู่จริง พอรู้ตัวอีกที ก็พบว่า ไม่ใช่ทุกทีมบอลจะสามารถได้รับเสียงเชียร์จากแฟนบอล หาใช่ทุกสโมสรจะมีความกึกก้องเป็นทำนองเพลงหนุนนักเตะ กลายเป็นว่าการดูบอลของข้าพเจ้าคือการสดับเสียงเงียบเคล้าเสียงพากย์ หาใช่ความยิ่งใหญ่ของแรงใจกองเชียร์อีกต่อไป
ร่องรอยของกองเชียร์ที่ช่วยเหลือนักเตะอาจจะปรากฏลางๆอีกครั้งเมื่อลิเวอร์พูล เล่นแบบสวมใจหงส์บุกแหลกยิงตีเสมอเอซี มิลานทีเดียวสามประตู และคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกปี 2005 แต่มันมาเด่นชัดงเมื่อไม่นานมานี้ ลิเวอร์พูลเดินเข้าสู่หุบเหวอีกครั้ง เมื่อ ราฟาเอล "จอมโรเตชั่น" เบนิเตซ กำลังเดินอยู่บนเส้นด้าย ผลงานของเขาลุ่มๆดอนๆอีกครั้งและสุ่มเสี่ยงว่าจะโดนปลด
และในแมตช์นั้น ข้าพเจ้าจำได้ดี เมื่อหงส์ต้องเจอกับปอร์โต้ ในนัดรองสุดท้ายแชมเปี้ยนลีก 2007-8 รอบแบ่งกลุ่ม ถ้าหงส์แพ้คือตกรอบ หนทางเดียวคือการเอาชนะในถิ่นแอนฟิลด์ของตัวเองให้ได้
ในความตึงเครียดของเกม ในความกดดันเมื่อถูกตีเสมออย่างน่าเจ็บใจก่อนหมดครึ่งแรก มันดูราวกับว่าข้าพเจ้ากำลังกวนกลับไปยังวัยเด็กอีกครั้ง วัยเด็กที่ดูบอลด้วยสายตากระตือรือร้น หูได้ยินเสียงกองเชียร์กระหึ่ม
ลิเวอร์พูลเกิดกระแสสปิริตแรงกล้าอีกครั้ง ทุกคนไม่อยากให้ราฟาเอล เบนิเตซถูกปลด นักเตะบุกแหลกแบบไม่ยั้ง จนขึ้นนำและชนะไปแบบขาดลอย และที่สำคัญ ข้าพเจ้าได้ยินเสียงร้องเพลงเชียร์อันกึกก้องจากแอนฟิลด์...เสียงที่เหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาจากวัยเด็ก แต่ลืมไปเนิ่นนาน มันเป็นเสียงหนุนส่งอันคมขลัง และกึกก้องราวกับจะข่มวิญญาณคู่แข่งให้หดเล็กเหลือเพียงมดแมลงในสนาม
มันเป็นเสียงที่ดังมาก ดังราวกับมารวมตัวกันเพื่อร้องเพลงข่มขวัญใครสักคนโดยเฉพาะ แต่เป็นการร้องเพลงที่มีสปิริต อ่อนไหวกับกีฬา แต่เข้มแข็งและสุภาพกับคู่แข่ง
ข้าพเจ้ากำลังเข้าใจ ว่าเหตุผลแฟนหงส์ก็ยังเป็นแฟนหงส์ แม้ว่าทีมจะไม่ได้สัมผัสแชมป์บอลลีกในชาติมาสิบกว่าปี
มันเป็นเพราะสปิริตร่วมกัน จุดหมายร่วมกัน และการเอาใจช่วยกันและกันให้ฟันฝ่าโมงยามอันวิกฤตไปให้ได้ เมื่อประชาชนรักนักเตะและบุคลากรของทีม ทีมลิเวอร์พูลจึงรักประชาชนด้วยการทุ่มแรงกายถวายในสนาม
ขณะที่ข้าพเจ้ารักธรรมศาสตร์น้อยลง เพราะธรรมศาสตร์ตอนนี้ไม่ควรมีชื่อว่า "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง" หากแต่ควรเป็น "มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเงิน" ที่ท่าพระจันทร์แห่งนี้เหมือนจะเคร่งเครียดเรื่องเงินมากกว่าสิ่งใด หลักสูตรทำเงิน...เพียบ หลักสูตรเพื่อวิชาการให้สังคม...แทบไม่มี อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังรู้สึกว่า หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังเป็นทีมของมหาชน และนักบอลเล่นด้วยแรงหนุนของบรรดากองเชียร์อย่างแท้จริง
กล่าวอีกอย่างก็คือ ลิเวอร์พูลไม่ได้มีนักเตะแค่ 11 คน นั่นแปลว่า พวกเขาขับเคลื่อนด้วยพลังสปิริตของปวงชน สโมสรแห่งนี้จึงเป็นความรักร่วมกันระหว่างนักเตะ โค้ช และกองเชียร์
ไม่ว่าหงส์จะตกรอบอะไรอีกหรือไม่ และไม่ว่าหงส์จะคว้าแชมป์ได้สำเร็จหรือไม่ แต่อย่างน้อย สปิริตสุดยอด และเสียงเชียร์อันกึกก้องที่ทำให้ถวิลหาอดีต ก็ครองใจข้าพเจ้าได้อีกครั้ง
ฉันรักลิเวอร์พูล เพราะลิเวอร์พูลสอนให้ฉันรักประชาชน
edit @ 17 Dec 2007 09:19:57 by Veevee

#1 By manop on 2007-12-07 08:22