Beautiful Thing ออกฉายในปี 1996 โดยมีโปสเตอร์เป็นรูปชายวัยรุ่นสองคนยืนกอดกัน

ที่จั่วหัวว่าเป็น รักแห่งสยาม เวอร์ชั่นอังกฤษ? ก็เพราะว่ามันเป็นหนังแนว "Coming Out of Age" หรือการก้าวผ่านพ้นวัยเพื่อค้นพบความเป็นเกย์ของวัยรุ่น เหมือนๆกัน หากเรามี "รักแห่งสยาม" หนังเรื่องนี้ย่อมเป็น "รักแห่งลอนดอน" อย่างแน่นอน

หนังสร้างจากละครเพลง และกลายมาเป็นหนังซึ่งอาศัยฉากในย่านเธมสมี้ด ชานเมืองลอนดอน โดยการกำกับของ เฮ็ตตี้ แม็คโดนัลด์

หนังเล่าเรื่องของตัวละครเด็กชายวัยรุ่นที่เป็นเพื่อนบ้านข้างห้อง (ร่วมอพาร์ทเม้นท์) คนหนึ่งเป็นเกย์ที่เริ่มค้นพบตัวเองก่อน เขามีแม่ค่อยจ้ำจี้จ้ำไชให้อยู่ในลู่ทาง แต่ปัญหาของเขาคือการเข้ากับเพื่อนไม่ได้ ถูกล้อเลียน (ด้วยความเป็นเกย์ จึงไม่เล่นฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬายอดฮิตของอังกฤษ) ขณะที่อีกคนค้นพบตัวเองช้ากว่า ความระทมของเขาคือการถูกพ่อและพี่ชายรังแก ซ้อม และทำให้หงออยู่ทุกวัน

คงไม่ต้องบรรยายว่า อารมณ์หงอยเหงาเดียวดาย และการค้นพบกันและกันในห้วงยามอันปวดร้าว ช่วยให้ทั้งคู่เปิดเผยตัวตนแก่กันและกัน ก่อนที่ "จูบแรก" จะเดินทางมาถึง

จากนั้นก็เป็นการขมวดปมการยอมรับในความเป็นชาวรักร่วมเพศ (ในยุคซึ่งยังต้องหลบๆซ่อนๆ) และการคลี่คลายโดยตนเอง รวมถึงคนรอบข้าง โดยเฉพาะแม่ผู้ซึ่งทำมาหาเลี้ยง และคาดหวังว่าจะมี "หลาน" สักคน แต่ก็ต้องผิดหวังในที่สุด

ความงดงามของหนังหาใช่อยู่ที่เพียงเรื่องราวการค้นพบตัวเองของวัยรุ่น แต่ยังอยู่ที่การใช้เพลงประกอบจาก Mama Cass ซึ่งเป็นเพลงที่ดีมาก เพราะมาก และคึกคัก ซึ่งยังผลให้ซาวด์แทร็คเรื่องนี้เจ๋งมาก (เธอคือคนที่อยู่วงThe Mamas and the Papas ซึ่งเพลงฮิตก็คือ California Dreamin อย่างที่หลายคนเคยได้ยินจากหนังเรื่อง Chungking Express ของ หว่องกาไวร์) เพลงเด่นก็คือ It's Getting Better ที่ใช้เปิดเรื่องเป็นอาทิ

หนังใช้เพลงของ มาม่า แคส ทั้งเรื่อง และเสริมกับบรรยากาศหนังเป็นอย่างดี เพราะว่าเพลงของมาม่าเป็นเพลงให้บรรยากาศเหมือนอยู่แคลิฟอร์เนีย ซึ่งย่านเธมสมี้ดก็มีแสงแดด และความอบอุ่นเหมือนกัน

ช่วงที่ตลกนอกเหนือจากฉากการลังเลในการหาซื้อ "นิตยสารเกย์เล่มแรกในชีวิต" แล้ว ยังมีการพูดถึงมาม่า แคส ซึ่งเสียชีวิต...เพราะอาหารติดคอตาย!

สัญญะสำคัญของหนังคือการที่ตัวละครพากันหนีไปเที่ยวผับเกย์ ที่อยู่อีกฝั่งของเมือง และในตอนท้ายคนรอบข้างของพวกเขาก็เปิดใจให้ผับแห่งนี้เช่นกัน

มันไม่ใช่แค่การได้ค้นพบสถานที่อันหมาะกับพวกเขาเท่านั้น

แต่นั่นคือการค้นพบ "โลกของพวกเขา" เลยทีเดียว

 

edit @ 20 Dec 2007 17:45:16 by Veevee

edit @ 20 Dec 2007 17:57:25 by Veevee

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราก็มีซาวด์แทร็คม้วนนึง
เป็นเทป ใกล้เปื่อยละ
แต่ชอบ ฟังบ่อยๆHot!

#1 By 4201352 on 2007-12-13 01:20

ต้องดู ต้องดู ต้องดู

ว่าแต่ว่า

จะหาดูจากไหนฮะHot!

#2 By ma24 on 2007-12-13 01:25

แล้วใครเป็น มาริโอ้ กับ น้องพิช แห่งอังกฤษเอ่ย...อิอิ

#3 By อับราฮัม (58.10.36.169) on 2007-12-13 16:19

ชอบหนังเรื่องนี้เหมือนกันครับ เคยดูจากวีดีโอ แต่เป็นซาวแทร็คไม่มีซับไทยเลยจับใจความอะไรไม่ได้มาก
แต่เป็นหนังที่น่ารักมากครับ

#4 By Ripley on 2007-12-13 20:28

ตอนนี้มีเป็นแบบ VCD แล้วนะ แต่เหมือนจะไม่ใช่ลิขสิทธิ์ง่ะ ลองหาตามร้านเฟมละกัน แถวท่าพระจันทร์question

#5 By งุ้งงิ้ง (58.9.20.233) on 2007-12-13 23:04

ได้ดูหนังเรื่องนี้ที่เฉลิมไทย ตอนเทศกาลหนังอังกฤษ (รู้สึกปีนั้นจะฉายเรื่อง Trainspotting ด้วย) ประทับใจมากๆ แม้จะฟังภาษาติดสำเนียงรุนแรงไม่ค่อยออก แต่ว่าหนังถ่ายทอดเรื่องราวได้นุ่มนวลมาก ส่วนฉากที่สองคู่รักออกจากผับมาพลอดรักกันในสวนพร้อมเสียงเพลง Make Your Own Kind of Music ถือเป็นไฮไลท์ที่ลืมไม่ลงจริงๆ แล้วเนื้อเพลงก็เหมาะกับเนื้อหาในหนังมากจนเหมือนแต่งขึ้นมาให้หนังโดยเฉพาะ

#6 By Riverdale (58.8.2.40) on 2007-12-14 11:43

ไปดูได้จากไหนอ่าๆๆๆๆๆ
อยากได้มากๆ
อีกอย่างนะ
อยากอ่านมากกว่าอ่ะ
เราชอบแนวนี้มากๆ

#7 By ! my mint ! on 2007-12-14 16:47

"Coming Out of Age"

คุ้นๆนะ วลีนี้เนี่ย... เหมือนเพิ่งอ่านเจอจากที่ไหน tongue

ถ้าไม่ได้เป็นผู้คิดเอง ขอความกรุณาให้เครดิตเจ้าของเดิมด้วยนะ embarrassed

และอย่าลืมเอาหนังมาให้ดูด้วยอ่าาาาาาา confused smile

คิคิ question

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#8 By ่J. Green (58.9.13.155) on 2007-12-15 07:41

อู้ นึกขึ้นได้ๆ ขอภัยๆ
คำ coming out of age ยืมมาจากสำนวนของคุณวาริน ใน starpics
คำไทยต่างๆ และตัวอักษร ขอพระราชทานมาจากพ่อขุนรามคำแหงมหาราช
ภาษาอังกฤษ ได้ทักษะการใช้งานมาจากมิสฮิลารี่ คอนนอน ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ และครูชาวไทยอีกหลายคน
สำนวนห่วยๆและลีลาการเขียนอ่านไม่รู้เรื่อง สงสัยเอามาจากของตัวเอง
555

#9 By Veevee on 2007-12-15 13:57

เคยเจอกระทู้หนึ่งถามว่า California นี่มีดีกว่าที่อื่นยังไง ทำไมถึงได้มีเพลงที่พูดถึงที่นี่มากนัก

เพื่อนผู้ชายของฉันหลายคนไม่ชอบเกย์ กระเทย และทอม อย่างไม่มีสาเหตุ ฉันว่าโลกควรจะมีที่ยืนให้กับคนทุกคนอย่างเท่าเทียม

#10 By นกไร้ขา on 2007-12-15 19:03

ขอร้องหน่อยเหอะ

ทำขนาดตัวอักษรในบทความให้ใหญ่ๆหน่อยได้มะ sad smile

เอาให้ขนาดเท่าในเมนท์ก็ได้อ่ะ surprised smile

อย่าอ่าน...แต่ไม่อยากเพ่ง... question

cry cry cry cry cry cry cry

#11 By J. Green (58.9.14.41) on 2007-12-16 21:58

ผมเคยโหลดหนังเรื่องนี้มาดูครับ หลายปีแล้ว ชอบมากเลย เพราะมันสะท้อนตัวเองออกมานะครับ แต่ผมไม่กล้าแบบตัวละครหรอก ถึงจะยอมรับตัวเองได้ แต่ก็บอกใครไม่ได้ เพราะขนาดครอบครัวของเรายังยอมรับไม่ได้เลย

#12 By จิม (125.25.165.35) on 2007-12-19 11:08

มีชื่อไทยว่า "รักแห่งลอนดอน"

#13 By james (118.174.53.179) on 2008-09-07 03:38

ใครหาเพลงประกอบภาพยนตร์นี้
ส่งมาที่เมลนี่นะ
ball_703@hotamil.com

#14 By ball (118.172.166.210) on 2009-03-18 11:15