ปีนี้ เป็นปีที่ขมุกขมัวมากสำหรับข้าพเจ้า

หากสภาพอากาศมีอิทธิพลต่อคนจริงๆ ข้าพเจ้าก็คงเป็นกรณีศึกษาที่ดี ยิ่งอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยข้าพเจ้าก็ยิ่งใกล้บ้า จนบางครั้ง ทำให้ต้องแกล้งลืมความฝันที่จะไปอยู่แถบลอนดอนหรือประเทศที่อากาศเข้าตำรา "เช้าหิมะ กลางวันครึ้ม บ่ายแดดออก เย็นฝนตก" ดีไม่ดีคงต้องไปอยู่ประเทศแบบว่ามีอากาศอย่างเดียว อาทิ หนาวทั้งปี ไม่มีฝน ปราศจากความร้อน ให้รู้แล้วรู้รอด

ปีนี้ อากาศแปรปรวนอย่างหนักหน่วง อันที่จริง มันคือฤดูฝนอันยาวนาน กินเวลาตั้งแต่เริ่มรับน้อง ไปสิ้นสุดตอนลอยกระทง หรือรวมแล้วประมาณ 6 เดือน มันกระหน่ำแล้วกระหน่ำเล่า พลอยทำให้จิตใจอ่อนแอ และไม่ยอมผ่านพ้นไปได้ง่ายๆ

ฝนทำให้เปียก ไม่แค่นั้น สภาพอากาศอันแปรปรวน เริ่มจากความอึมครึมชวนหดหู่ ต่อเนื่องมาถึงการโปรยปรายจากฟากฟ้าให้เราต้องคอยหลบ คอยระแวง ไปจนถึงการกระหน่ำอย่างหนักหน่วง รุนแรง เสียงดังลั่น จนกระเทือนไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ

มันเหมือนการตกอยู่ในถ้ำแห่งความมืดมิด ถ้ำที่น่าหวาดกลัว ไม่เห็นหนทางไป ถูกรุมร้อมด้วยภยันตราย ย้ำให้เรายอมพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติ ในที่สุด จึงยอมจำนนต่อชะตากรรมที่ไม่ผ่านพ้นเสียที

(เหมือนเพลง "คืนอันเป็นนิรันดร์" จาก รักแห่งสยาม ..."ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด มองไปรอบกาย หัวใจก็พลันหวาดกลัว")

ใครอาจจะชอบความเย็นย่ำฉ่ำชุ่มของฤดูนี้ แต่สำหรับคนที่เคยผ่านประสบการณ์สะดุ้งสะเทือนทุกครั้งที่ฝนตก กอปร์กับภาวะจิตใจอันย่ำแย่ไร้ทางออกในฤดูนี้แล้ว...มันไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เลย

หน้าฝนอันยาวนานของปีนี้ คือหน้าฝนที่ยาวจริงๆ มันกินระยะเวลาถึงครึ่งปี

ขณะที่ข้าพเจ้ากำลังหม่นหมองอย่างถึงที่สุดในตอนเดือนพฤศจิกายน...วันนั้นก็มาถึง

ก่อนเช้าวันนั้น ยามค่ำคืน ข้าพเจ้าได้ยินเสียงคนจากทางไกลพูดว่า.."นกของหน้าหนาวมาแล้ว" นั่นย่อมหมายความว่า พระพิรุฬกำลังจะพักผ่อน และความเย็นแสนแห้งผากกำลังจะมาเยือนเรา

เช้าวันนั้น

ข้าพเจ้าตื่นตอนตามปกติ เก้าอี้ขนาดใหญ่บดบังแสงอาทิตย์ไม่ให้เล็ดรอดมาถึงที่นอน แต่เสียงบรรยากาศกลับทักทายให้ได้ยินไม่เหมือนกันวันก่อนๆหน้า

ลมเย็นๆพัดเข้ามาทางหน้าต่าง ความรู้สึกเหมือนหน้าหนาวแรกแย้มที่ภาคเหนือ มันมีความแห้งผากปะปนเข้ามาในละอองอากาศด้วย

มองลอดออกไป ฟ้าสีครามจรดสุดลูกหูลูกตา มีเพียงริ้วเมฆขาวๆลอยล่องอย่างเป็นมิตร

ข้าพเจ้าเดินไปขึ้นรถเมล์ตามปกติเหมือนทุกวัน แต่มันไม่มีเหงื่อออกชุ่มกาย ไม่มีความเหนอะหนะ

ข้าพเจ้าพบว่าตัวเองกำลังยิ้มเล็กๆอย่างมีความสุข

เป็นมนุษย์ตัวเล็กๆ ท่ามกลางอากาศเย็นที่อบอุ่น

ในวันที่สวยงามที่สุดของปีนี้

ภายใต้ท้องฟ้ากระจ่างใส

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีใจด้วยนะค่ะMerry Christmas ค่ะbig smile
จริงด้วยครับ ปีนี้หน้าฝนยาวจนเบื่อไปเลย
แล้วฝนฟ้าก็ดุมาก ฟาดเปรี้ยงเข้ามอนิเตอร์ผมเดี้ยงไป1เครื่อง
เลยไปถอยเอาแบบจอแบนไวด์สกรีน22นิ้วเป็นการแก้ลำซะเลย
sad smile

สุขสันต์วันคริสต์มาสนะครับbig smile

#2 By Ripley on 2007-12-25 19:47

merry x mas Hot! question

#3 By ma24 on 2007-12-25 19:47

นึกว่ามีไรกับคนชื่อฝน open-mounthed smile

#4 By น้องฝน (58.10.36.79) on 2007-12-25 19:55

MERRY CHRISTMAS ! big smileconfused smile

#5 By I'm MaD on 2007-12-25 19:57

เหมือนเพลง seasons change
"ฟ้าก็คงสว่างและทำให้เราได้เข้าใจ ว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนที่เฝ้ารอ"
(คราวนี้มาแนวนุ่มๆแฮะ)Hot! Hot!

#6 By 4201352 on 2007-12-25 19:57

Merry Christmas นะคะ ^______^
Hot! ชอบจังเลยค่ะ

#7 By ◆GADE◆ on 2007-12-25 20:27

โอ้วว อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นครับ confused smile

ความจริงแล้วเราสามารถยิ้มได้ทุกเมื่อ
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองโลกยังไง

#8 By ปิงกรู on 2007-12-25 20:35

คริสต์มาสเป็นโอกาสอันดีแห่งการเผยตัว
Merry Christmas นะเคอะ

#9 By gallantfoal on 2007-12-25 20:50

MERRY CHRISTMAS นะคร้าบพี่วี
คิดถึงลมเย็นๆ...
เพราะคริสต์มาสปีนี้ ร้อนมากๆ

#10 By nanoguy on 2007-12-26 03:27

เง้อ ฝนมันเลิกตกมานานแล้วนิ :)

ชีวิตค้นพบทางออกในที่สุดเน้อ ขอให้โชคดีมีชัย

#11 By Riverdale (58.8.12.67) on 2007-12-28 16:06