อันที่จริงคือหนังปี 2007 นั่นแหละ แต่ประกาศปี 2008 เท่านั้นเอง
ปกติข้าพเจ้าจะฟันธงถูกประมาณ 80% ทุกปี และปีนี้จะขอทายผลทุกสาขาดังต่อไปนี้
ขอทุกท่านโปรดร่วมสนุกและถกเถียง(อย่างมีสติ)ด้วยเทอญ...
 
ANIMATED FEATURE
หนังอนิเมชั่นยอดเยี่ยม

"Persepolis" - (Sony Pictures Classics) Marjane Satrapi and Vincent Paronnaud
"Ratatouille" - (Pixar; Walt Disney Studios Motion Pictures Distribution) Brad Bird
"Surf’s Up" - (Sony Pictures Releasing) Ash Brannon and Chris Buck

สาขานี้ไม่รู้จะพลิกล็อคได้ยังไง ในเมื่อ Ratatouille สมบูรณ์แบบทั้งงานฝีมือและคำชื่นชมนักวิจารณ์ รวมไปถึงกระแสคนดูอีกด้วย
ฟันธงผู้ชนะ: Ratatouille

DOCUMENTARY FEATURE
สารคดียอดเยี่ยม
"No End in Sight" (Magnolia Pictures) A Representational Pictures Production; Charles Ferguson and Audrey Marrs
"Operation Homecoming: Writing the Wartime Experience" (The Documentary Group) A Documentary Group Production; Richard E. Robbins
"Sicko" (Lionsgate and The Weinstein Company) A Dog Eat Dog Films Production; Michael Moore and Meghan O’Hara
"Taxi to the Dark Side" (THINKFilm) An X-Ray Production; Alex Gibney and Eva Orner
"War/Dance" (THINKFilm) A Shine Global and Fine Films Production

ถ้ากรรมการไม่เบื่อสารคดีสงคราม เชื่อว่า No end in sight น่าจะคว้าไป เนื่องจากกรรมการชอบงานที่ "สุขุม"  "กระทบกระเทือน" และ "ข้อมูลแน่น" อย่างไรก็ดี โปรดระวังการพลิกแซงของไมเคิล มัวร์ ใน Sicko แม้ว่าเขาจะมีคนเกลียดเยอะ แต่ทุกอย่างไม่แน่เสมอไป กระแสวงในว่ากันว่า มันเป็นหนังที่อยู่ในเงามืดและพร้อมแซงเสมอ ทั้งนี้ 2 เรื่องที่ว่ามา รวมถึง Taxi to the dark side ล้วนอิงการเมือง ซึ่งอาจทำให้กรรมการ "หัวโบราณ" ไม่ชอบ และพลอยทำให้เชียร์หนังแนววัฒนธรรมอย่าง war/dance สารคดีว่าด้วยการเต้นในประเทศโลกที่สาม ซึ่งอาจกินใจกรรมการได้
ฟันธงผู้ชนะ:  No End in Sight

FOREIGN LANGUAGE FILM
หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

"Beaufort" - Israel
"The Counterfeiters" - Austria
"Katyn," - Poland
"Mongol" - Kazakhstan
"12" - Russia

นี่คือสาขาที่เดายากที่สุดสาขาหนึ่ง หาใช่เพียงเพราะไม่มี "เต็งแต่ไก่โห่" แต่มันยังมักปรากฏการพลิกล็อคได้ด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สังเกตไม่ยากในสาขานี้ก็คือ มักจะอิงแอบกับการเมือง และประวัติศาสตร์ จะเน้นเล่าถึงคนตัวเล็กๆที่ต้องผ่านผจญเหตุการณ์ใหญ่ๆอันเป็นสากล ที่สำคัญ มันมักจะลงเอยด้วยชัยชนะของหนังสไตล์ยุโรปในที่สุด แม้ว่าชื่อชั้นของ อองเดร วาจดา (Katyn) และ นิกิต้า มิคาลฮอฟ (12) จะโด่งดัง แต่ปีนี้ ไม่น่าจะมีที่ยืนให้กับคนแก่มากนัก และอาจจะลงเอยด้วยการให้หนังที่สโคปใหญ่ๆ และนักวิจารณ์หลายสำนักฟันธงว่า มันจะคว้าออสการ์ได้โดยไม่ผ่านรางวัลสมาคมวิจารณ์ใดๆมาก่อนเลยอย่าง The Counterfeiters โดยมีม้ามืด เป็นหนังจากอิสราเอล เพราะอเมริกันชนหมกมุ่นในตะวันออกกลางอย่างมาก
ฟันธงผู้ชนะ :The Counterfeiters จาก ออสเตรีย

ART DIRECTION
กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

"American Gangster" (Universal) Art Direction: Arthur Max; Set Decoration: Beth A. Rubino
"Atonement" (Focus Features) Art Direction: Sarah Greenwood; Set Decoration: Katie Spencer
"The Golden Compass" (New Line in association with Ingenious Film Partners) Art Direction: Dennis Gassner; Set Decoration: Anna Pinnock
"Sweeney Todd The Demon Barber of Fleet Street" (DreamWorks and Warner Bros., Distributed by DreamWorks/Paramount) Art Direction: Dante Ferretti; Set Decoration: Francesca Lo Schiavo
"There Will Be Blood" (Paramount Vantage and Miramax) Art Direction: Jack Fisk; Set Decoration: Jim Erickson

การกำกับศิลป์ปีนี้ เป็นการแข่งขันของหนัง 3 เรื่อง อันได้แก่ Atonement, Sweeney Todd และ There will be blood อย่างไรก็ตาม ออสการ์มักจะชอบหนังที่กำกับศิลป์ได้ "สวย" มากกว่า "น่าเกลียด" และหนังที่ถูกมองข้ามในสาขาใหญ่ๆอย่าง Atonement น่าจะได้รางวัลนี้ไปชดเชย ส่วนอีกสองเรื่องอาจจะมีโอกาสพลิกแซงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะอาจมีคนอยากชดเชยรางวัลให้แก่ Sweeney Todd ก็เป็นได้
ฟันธงผู้ชนะ: Atonement

FILM EDITING
ลำดับภาพยอดเยี่ยม

"The Bourne Ultimatum" (Universal) Christopher Rouse
"The Diving Bell and the Butterfly" (Miramax/Path้ Renn) Juliette Welfling
"Into the Wild" (Paramount Vantage and River Road Entertainment) Jay Cassidy
"No Country for Old Men" (Miramax and Paramount Vantage) Roderick Jaynes
"There Will Be Blood" (Paramount Vantage and Miramax) Dylan Tichenor

แม้ว่า The Bourne Ultimatum จะเป็นเทพเจ้าแห่งการตัดต่อ แต่เชื่อว่ากรรมการวัยกลางคน ไม่น่าจะอินกับการตัดต่อชวนอ้วกสักเท่าไหร่ และน่าจะมอบรางวัลให้แก่หนังที่ตัดได้มีสไตล์ และพอดีๆ อย่าง No County for old men แทน โดยหนังเรื่องอื่นๆ อาจจะพลิกล็อคได้ โดยเฉพาะ There will be blood แต่เชื่อว่ายาก
ฟันธงผู้ชนะ: No Country for old men

CINEMATOGRAPHY
กำกับภาพยอดเยี่ยม

"The Assassination of Jesse James by the Coward Robert Ford" (Warner Bros.) Roger Deakins
"Atonement" (Focus Features) Seamus McGarvey
"The Diving Bell and the Butterfly" (Miramax/Path้ Renn) Janusz Kaminski
"No Country for Old Men" (Miramax and Paramount Vantage) Roger Deakins
"There Will Be Blood" (Paramount Vantage and Miramax) Robert Elswit

มีหลายปัจจัยในการตัดสินสาขานี้
1) Asc หรือ สมาคมผู้กำกับภาพแห่งอเมริกา มอบรางวัลให้ โรเบิร์ต เอลสวิท จาก There will be blood นั่นถือเป็นลางหายนะอย่างหนึ่ง เนื่องจากโผของ asc มักไม่ตรงกับออสการ์ในปีหลังๆ
อันที่จริง asc ชอบให้งานที่ "ถ่ายยาก" ส่วนออสการ์ชอบให้งานที่ "ถ่ายสวย" (Memoir of Geisha และ คือตัวอย่างที่ดี รวมไปถึงการที่ Pan's Labyrinyh พลิกชนะ Children of Men มาได้)
หนังอย่าง Atonement และ The Assassination of Jesse James จึงมีโอกาสพลิกได้ (อย่าประมาทลองเทคใน atonement ทีเดียวเชียว)
2) การให้รางวัลกับ "คนเก่าแก่ของวงการ" ถือเป็นสิ่งที่ออสการ์ชอบทำ อย่างไรก็ดี คนที่ถูกหมายตาว่าอยู่มานาน และควรได้รบเกียรติยศอย่าง โรเจอร์ ดีกิ้นส์ (เข้าชิง 2 เรื่อง) ไม่ได้อยู่มานานกว่า โรเบิร์ต เอลสวิท มากนัก และที่สำคัญ ตามข่าวยังไม่มีกระแสการ "ฮั้วโหวต" ให้แก่เรื่องใดเรื่องหนึ่งของดีกิ้นส์ และอาจลงเอยด้วยการที่เขาจะมีคะแนนตัดกันเอง และพ่ายแพ้ไป
3) ปีนี้ asc อาจตรงกับ ออสการ์ เพราะเต็ง 2 และ 3 อย่าง no country ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องถ่ายสวย และ assasination of jesse james กับ The Diving Bell and the Butterfly ดูจะอ่อนปวกเปียกในแง่ของกระแส แม้ว่ามันเหมาะและเข้าทางออสการ์มาก
ฟันธงผู้ชนะ: There will be blood

ORIGINAL SCREENPLAY
บทดั้งเดิมยอดเยี่ยม

Brad Bird - "Ratatouille"
Diablo Cody - "Juno"
Tony Gilroy - "Michael Clayton"
Tamara Jenkins - "The Savages"
Nancy Oliver - "Lars and the Real Girl"

ในสาขาบทภาพยนตร์ สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ผลรางวัลในปีหลังๆแทบจะตรงกับ WGA สมาคมนักเขียนบทแห่งอเมริกาแทบจะทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เป็นเต็งหนึ่งอย่าง Juno อาจจะมีปัญหาเล็กน้อย เนื่องจากความอนุรักษ์นิยมของกรรมการ จะเต็มใจมอบรางวัลให้ ไดอาโบล โคดี้ ซึ่งเป็น "อดีตนางโชว์" จริงๆหรือ? และพวกเขาจะมองข้ามมือเขียนบทเก่าแก่ที่ได้รับการยอมรับอย่าง โทนี่ กิลรอย จาก Michael Clayton ได้จริงๆรึไม่ สาขานี้มีโอกาสพลิกล็อคอย่างแรง ซึ่งขึ้นอยู่กับโมเมนตั้มในการโหวตช่วงสุดท้ายของกรรมการ แต่กระแสที่ตีตื้นขึ้นมาของ Juno ในทุกสาขา น่าจะทำให้หนังได้รางวัลด้านบทไปครอง
ฟันธงผู้ชนะ: Juno

ADAPTED SCREENPLAY
บทดัดแปลงยอดเยี่ยม

Paul Thomas Anderson - "There Will Be Blood"
Ethan & Joel Coen - "No Country for Old Men"
Christopher Hampton - "Atonement"
Ronald Harwood - "The Diving Bell and the Butterfly"
Sarah Polley - "Away from Her"

เช่นเดียวกับบทดั้งเดิม สาขาบทดัดแปลงก็อยู่ภายใต้เงื้อมเงาของ WGA เช่นกัน และคาดว่าสาขานี้น่าจะเกือบล็อคผู้ชนะให้หนัง "ไม่มีที่ให้พวกตาแก่" โดยม้ามืดที่ตามมาห่างๆได้แก่ There will be blood และถ้าหากเกิดการพลิกล็อค ลงเอยด้วยการที่ no country เสียตำแหน่งผู้ชนะให้ blood แล้วล่ะก็ อาจกระเทือนไปถึงผลหนังยอดเยี่ยมได้ แต่ที่สุดแล้ว พี่น้องโคนน่าจะถึงเวลาของการถูกสรรเสริญแบบเป็นแพ็คเกจ (ได้หลายรางวัลบนเวทีเดยว) สักที
ฟันธงผู้ชนะ: No country for old men

คราวหน้าจะพูดถึงทุกสาขาที่เหลือ รวมถึงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

โปรดติดตาม...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Atonement ๆๆๆๆๆๆๆ
big smile Hot!

#1 By ma24 on 2008-02-12 23:47

เห็นด้วยครับ..

#2 By บูมแบม (203.150.206.170) on 2008-02-13 11:00

ข้อมูลนี้ต้องเก็ยเลยนะเนี่ยconfused smile

#3 By 2spot studio on 2008-02-13 11:36

นั้นสิ big smile
เอ๊ะ ตัดต่อภาพ บอร์นฯดูน่าอ้วกเหรอครับ - -''

ผมว่ามันตัดได้ค่อนข้างพอดีเลยนะ (หรือผมอาจจะชอบฉากที่สับไปมาจนน่าอ้วกก็ได้) ตาแก่นี่ ดูกวาดรางวัลไปซะเยอะ :P ไม่หรอก ผมว่ามันตัดแบบ "ธรรมดา" ไปหน่อยด้วยซ้ำ

แต่ก็ไม่กล้าหักธงหมอหรอกครับ เหะๆ

#5 By on 2008-02-13 15:10

ผมชอบตัดต่อของบอร์นมากเลยคับ คุณหมอฯ แต่นักวิจารณ์เมืองนอก + คนดูวัยกลางคนที่โน่ บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ดี - แต่เวียนหัว และที่สำคัญ มีคนอ้วกในโรงด้วยครับ

ปีนี้หวาดเสียวว่าจะธงหัก...เพราะเกิดอยากแหกโผฯของชาวบ้านอ่ะ (เดี๋ยวดูตอนจบ ฟันธงหนังยอดเยี่ยม จะมีเฮแน่นอน!)question

#6 By Veevee on 2008-02-13 15:23

The Bourne Ultimatum นี่ผมชอบการตัดต่อมันมากเลยนะ จะมีหนังซักกี่เรื่องที่ทำเอาผมเกิดอาการ "เมาหนังขั้นต้น" ขึ้นได้ตอนดูในโรง
(เอาเถิด... อาจจะเป็นเพราะนั่งใกล้จอมากไปหน่อย)
แม้แต่ Cloverfield ยังไม่ทำให้มึนขนาดนี้เลย 555+

เดี๋ยวที่เหลือมาเมนท์ต่อ หลังตอนที่สามเน่อเฮีย

#7 By nanoguy on 2008-02-13 17:32

เนื่องจากออสการ์มักสับสนระหว่างคำว่า best editing กับ most editing ข้าพเจ้าเลยขอฟันธงว่า The Bourne Ultimatum จะคว้าชัยในสาขานี้ไปครอง

#8 By Riverdale (58.8.15.83) on 2008-02-15 11:28